จริงๆไปงานนี้ ตั้งแต่วันที่ 10 (ดองไว้นานจนเค็มได้ที่ =_=;) แต่ยังไม่ได้ฤกษ์มาเขียนซะที วันนี้หลังจากเคลียร์อะไรๆเสร็จเลยรีบมานั่งเขียนไว้ ก่อนที่จะลืมไปซะหมด
 
เทศกาล Kappo จัดขึ้นวันที่ 10 เดือน 10 ตั้งแต่เที่ยงถึงสี่โมงเย็น รู้สึกว่าปีนี้จะจัดเป็นปีที่ 3 แล้ว โดยจะปิดถนนเส้นหลักของโอซากาเป็นความยาวประมาณ 2 กิโลเมตร ให้ร้านรวงได้จับจอง มีการแสดงของศิลปินอิสระต่างๆ เหมือนถนนคนเดินบ้านเรานั่นเอง
 
เนื่องจากกลัวคนเยอะและไม่มีที่จอด เราจึงต้องจอดรถ(สองล้อ)ของเรา ไว้แถวอุเมดะ แล้วเดินไป (จริงๆมันไกลนะ แต่อยู่ที่นี่ เดินแค่นี้สบายมาก) เดินไปแวะถ่ายรูปไป พอใกล้ๆเริ่มเห็นคนเยอะ แน่ใจได้ว่ามาถูกทางแล้ว
 
 
ขนาดมาเร็ว คนยังเริ่มเยอะแล้ว
 
มาทันพิธีเปิดพอดี แต่ถึงมาทันก็ฟังไม่ออก ว่าเขาพูดอะไรกัน @_@;
 
อันนี้เป็นซุ้มข้อมูล และแจกเอกสารเกี่ยวกับงานนี้
 
ตามทางจะมีซุ้มกิจกรรมสำหรับเด็กตั้งไว้เป็นระยะๆ พร้อมมี Mascot หลากหลาย ไว้คอยหลอกล่อ พร้อมดูดเงินจากกระเป๋าพ่อแม่เจ้าหนูพวกนั้น
 
มีนักดนตรีอิสระมาเล่น เท่าที่เห็น เล่นดีและมีเอกลักษณ์ของตัวเองหลายวงมาก พวกนี้ส่วนใหญ่ ไม่ได้เปิดหมวก แต่จะเอาซีดีที่อัดเอง มาวางจำหน่ายด้วย หลายๆวงนึกว่ามืออาชีพซะอีก
 
เจ้าหน้าที่ประจำงานนี้ เท่าที่เห็นจะมีอยู่สองหน่วย หน่วยหนึ่งใส่ชุดสีฟ้า กับอีกหน่วยหนึ่งแต่งคล้ายๆเครื่องแบบชุดลูกเสือ แต่ลูกเสือกลุ่มนี้ อายุรวมกันแล้ว ท่าจะหลายพันปี ไม่แน่ใจว่าเกิดเรื่องจริงๆ ลุงๆจะไหวกันไหม
 
เดินเลยมาอีกหน่อย เห็นญี่ปุ่นมุงกันเยอะมาก เลยพยามยามเบียดเข้าไปดูว่าเขามุงอะไรกัน
 
เลยได้เจอกับชายหนุ่มในชุดซูโม่ ยืนโชว์ก้นกันเกือบสิบคน โดยจะให้เด็กๆมาลองเล่นซูโม่แบบเล่นๆกับนักซูโม่เหล่านี้
 
อยากรู้จังว่าหนุ่มๆเหล่านี้จะรู้สึกเขินอายมั่งหรือเปล่า ที่ต้องมาแต่งตัวแบบนี้กลางคน ที่มีคนหลายหมื่นเดินไปเดินมา @_@;;
 
ตรงนี้ดูได้รับกระแสตอบรับดีมาก ไม่ใจว่าเพราะมันสนุก หรือป้าๆมาดูก้นหนุ่มๆกัน
 
ถัดมาเหมือนจะเป็นรูปปั้นล้อเลียนใครบางคน คนถ่ายรูปเยอะมาก แต่เราดันไม่รู้จักซะงั้น
 
หนูน้อยหน้าเด็ก แต่หนวดเฟิ้มในชุดนักอวกาศ
 
แล้วอยู่ดีๆฝนก็ตกลงมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ทั้งๆที่แดดออกเปรี้ยงๆ เราจึงจำเป็นต้องไปหลบในตึกชั่วคราว พอเดินออกมาจากตึก เจอเจ้านี้นอนแอ้งแม้งอยู่หน้าประตู แอบตกใจไปนิดนึง
 
มารู้ตอนหลังมาเจ้าหน้าที่เขาขนเข้ามาหลบฝนข้างใน ส่วนรูปปั้นหัวคน 3 คน พอฝนตก ก็ต้องรีบมาเช็ดให้แห้งกันยกใหญ่
 
ชมรมรักบี้ของมหาวิทยาลัยก็มาด้วย
 
เขามีแต่เด็กๆไปเล่นกัน แต่เจ๊คนนี้ดันเกิดอยากเล่น แล้วเจ๊เธอกรี๊ดเสียงดังกว่าเด็กอีก...
 
เดินไปจนเกือบสุดงาน หันไปเห็นเด็กน้อยคนนึง ยืนร้องไห้อยู่ หลังจากยืนดูอยู่พักนึงแล้วมั่นใจว่าไม่มีใครอยู่ด้วย (จริงๆมัวแต่นึกภาษาญี่ปุ่นอยู่ว่า กรูจะคุยกับเด็กว่าไงดี)
 
เลยเดินเข้าไปถาม “ままは?” ประมาณ แม่อยู่ไหนละหนู
 
ที่นี่เด็กยิ่งร้องไห้ใหญ่ ลนเลยตู =_=; แล้วก็เอาแต่พูดว่า “ぱぱ行った、ぱぱ行った” ปะป๋าไปแล้ว อะไรแบบนี้
มองซ้ายมองขวา เอาไงดีหว่าตรู เด็กก็ร้องไห้ขี้มูกโป่งใหญ่
 
สุดท้ายเลยพาเด็ก เดินไปหาเจ้าหน้าที่ในชุดฟ้า ตอนแรกเจ๊เธอก็ดันนึกว่าเป็นลูกเรา ไอ้เราก็ดันนึกคำไม่ออก เรียนมาแล้วแท้ๆ ซักพักเจ๊คงสงสัย เลยถามว่า” 迷子?” เลยถึงบางอ้อ รีบพยักหน้างึกๆ
 
รออยู่ซักพัก คุณพ่อเจ้าหนูก็เดินกลับมาพอดี ก่อนเดินไปหันมาขอบคุณใหญ่ เลยแชะรูปมารูปนึง
 
สี่โมงแล้ว ร้านรวงเริ่มเก็บกัน เพราะต้องรีบเปิดถนนให้รถกลับมาวิ่งเหมือนเดิม
 
ขอปิดท้ายด้วย ภาพ Cosplay ของหนุ่มๆกลุ่มหนึ่งในงาน.....ไม่แน่ใจว่าจะดึงดูดเด็กได้ไหม

การเริ่มต้นที่ยากเย็น

posted on 16 Oct 2010 21:12 by thebeagles

วันนี้เป็นวันที่สิบเอ็ดแล้ว ตั้งแต่ย้ายมาอยู่ในญี่ปุ่น

อะไรๆเริ่มลงตัวมากขึ้น

หลังจากที่วันแรกๆเกิดอาการเหมือนหลุดเข้ามาอยู่ในประเทศโลกที่ 3

 

แม้การมาเที่ยวประเทศญี่ปุ่นเป็นเรื่องง่าย และสะดวกสบาย

แต่การมาอยู่ระยะยาวนั้น เป็นคนละเรื่องกันเลย

หากตัดเรื่องภาษาไป (ซึ่งจริงๆเป็นเรื่องใหญ่มากสำหรับประเทศนี้ @_@; แต่เอาเป็นว่า เราจะเก็บไว้พูดถึงทีหลัง) ปัญหาสำหรับผู้มาเริ่มต้นชีวิตที่นี่ มีหลายอย่างมาก

 

เรื่องแรก เรื่องหอพัก

หอพักญี่ปุ่นส่วนใหญ่ ถ้าไม่ได้คาบช้อนเงิน ช้อนทองมาเกิด สามารถจ่ายค่าหอพักได้เดือนหนึ่ง 4-5 หมื่นบาท โดยขนจักกะแร้ไม่ร่วงซักเส้นแล้วละก็ หอพักญี่ปุ่นส่วนใหญ่ เข้าไปจะเจอแต่ห้องเปล่าๆ ไม่มีเฟอร์นิเจอร์แม้แต่ชิ้นเดียว =_=;

เราจึงต้องเทียวไปเทียวมาร้านขายของหลายๆร้าน เพื่อที่จะซื้อเฟอร์นิเจอร์ทีละชิ้นสองชิ้นมาใส่ห้อง ให้มันเริ่มดูเหมือนที่พักที่คนสามารถอยู่ได้ขึ้นมาหน่อย

 

ต่อไปก็เรื่องสิ่งของที่ขาดไม่ได้ในยุคสมัยนี้ มือถือ และอินเทอร์เนต

การเปิดอินเทอร์เนต ต้องมีเบอร์มือถือ

การเปิดมือถือ ต้องบัญชีธนาคาร

การเปิดบัญชีธนาคารต้องมีตราประทับ (คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ใช้ตราประทับ 印鑑 ในเอกสารสำคัญๆส่วนใหญ่ แทนการเซ็นชื่อ) และบัตรต่างด้าว

ช่างเป็นอะไรที่ซับซ้อน ซ่อนเงื่อน งูกินหางกันได้ขนาดนี้

 

บัตรต่างด้าว ใช้เวลาทำเกือบเดือน (ยังที่ดีสามารถจ่ายเงินเพิ่มนิดหน่อย แล้วเอาบัตรชั่วคราวมาใช่ก่อนได้)

ตราประทับ แล้วแต่ร้าน ร้านที่ไปทำ ใช้เวลาหนึ่งวัน ซึ่งถือว่าเร็วมากๆ

 

หมายความว่า สองสามวันแรก เราจะไม่มีมือถือใช้ ขาดความมั่นใจอย่างแรง =_=;

 

พอได้ทั้งสองอย่างเราจึงรีบบึ่งไปเปิดบัญชีธนาคารโดยไว

ไปธนาคารแรก กรอกเอกสารขอเปิดบัญชีใหม่เสร็จ ผู้จัดการเดินเข้ามาทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยม พร้อมขอโทษ ขอโพย บอกว่าไม่สามารถเปิดบัญชีให้ได้ เพราะมีกฎใหม่ออกมาว่า ชาวต่างชาติที่จะเปิดบัญชีได้ ต้องอยู่ในญี่ปุ่นอย่างน้อย 6 เดือนก่อน จึงสามารถเปิดได้ @0@;;;;

หมายความว่า 6 เดือนนี้ ตรูต้องเอาเงินไปใส่ตุ่ม ฝังดินไว้ก่อนใช่ไหม =_=;

 

หลังจากเทียวไป เทียวมาสอง สามธนาคาร สุดท้าย มีที่หนึ่งยอมเปิดให้

ดีใจได้ไม่นาน พนักงานธนาคารหน้าตาจิ้มลิ้ม ก็บอกว่า

“บัตร ATM ต้องรอ 6 เดือนนะคะ ถึงจะสมัครได้” =_=;

ณ ตอนนั้นอยากจะกรี๊ด แล้วลงไปชักดิ้นชักงอกับพื้นมาก

นี่ตรูกำลังอยู่ที่ประเทศโลกที่ 3 รึอย่างไร

ระยะเวลาที่ใช้ในการเปิดบัญชีประมาณ 2 ชั่วโมง....

คิดถึงกสิกรหน้าบ้าน เปิดบัญชี และทำบัตร ATM เสร็จไม่เกิน 20 นาที

 

หลังได้บัญชีแล้วจึงรีบปั่นจักรยานไปซื้อมือถือทันที

ซื้อโทรศัพท์ที่นี่ ขั้นตอนยุบยุบ หยุมหยิมมาก

เซ็นนั่น เซ็นนู่น เซ็นนี่ เยอะไปหมด

ซื้อมือถือ 1 เครื่อง ใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง.....

 

กลับมารีบเอาเบอร์มาขอเนตที่หอ

กรอกใบสมัครเสร็จ ผู้ดูแลหอบอก รอประมาณเกือบ 2 อาทิตย์....

คิดถึง True ที่เจ้าหน้าที่จะรีบบึ่งมาติดตั้งภายใน 24 ชม.

 

ตอนนี้ จัดการได้เกือบครบละ ยกเว้นแต่ห้องที่ยังขาดอะไรอีกนิดๆหน่อย

แล้วจะแวะมาอัปเดตเรื่อยๆนะ

วันแม่นี้ ทำอะไรดี

posted on 03 Aug 2010 22:55 by thebeagles

ใกล้จะวันแม่อีกแล้ว ไวมาก

 

เกือบทุกปีวันแม่จะเป็นเหมือนวันรวมญาติ เพราะพี่น้องของแม่จะอุ้มลูกจูงหลานมาเยี่ยมยายที่อยู่บ้านเดียวกับผม ส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าว ไถ่ถามสารทุกสุขดิบกันวุ่นวาย สนุกดีครับ

 

ผมเองก็มีแม่ครับ ไม่ได้เกิดมาจากกระบอกไม้ไผ่ หรือกะลาที่ไหน แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรมากมาย กอดแม่นิดนึง หอมแม่นิดหน่อย แค่นั้นแหละ ให้ทำไรซึ้งๆเหรอ ไม่ไหวอะครับ คนเรามักกระดากในการทำเรื่องดีๆ

 

ปีนี้หนุ่มสาวชาวออฟฟิซส่วนใหญ่ได้หยุดยาวสี่วันให้น่าอิจฉาตาร้อนยิ่งนัก ส่วนใหญ่คงกลับบ้าน เด็กเมืองก็คงพาแม่ และครอบครัวไปเที่ยวต่างจังหวัดกัน หนุ่มสาวต่างจังหวัดที่มาขุดทองในเมืองกรุงก็คงได้โอกาสกลับบ้าน ไปเยี่ยมแม่และครอบครัว

 

หันไปทางไหนก็เห็น และได้ยินเรื่องซึ้งๆเกี่ยวกับวันแม่ ชวนให้ลูกๆทุกคนได้กลับไปเยี่ยม ไปบอกรักแม่ทั้งนั้น คำว่าครอบครัว ให้ความรู้สึกอบอุ่นเสมอ

 

แต่สำหรับคนที่ไม่ได้กลับบ้าน หรือยังไม่มีกิจกรรม ผมถือโอกาสประชาสัมพันธ์กิจกรรมดีๆซักหน่อยครับ

 

วันที่ 12-13 สิงหาคมนี้ กลุ่มน้องใจดีจิตอาสาจากศิลปากร รวมตัวกันเพื่อไปจัดกิจกรรมให้แก่เด็กๆที่ชุมชนแออัดวัดแคนางเลิ้ง โดยเป็นกิจกรรมทางด้านศิลปะเพื่อน้องๆในชุมชน มีเกมส์ให้เล่นด้วย

 

ใครสนใจลองไปอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ http://www.facebook.com/event.php?eid=139074682783951&index=1

 

หรือลูกๆคนไหน สนใจอยากชวนคุณแม่และครอบครัวไปร่วมด้วย ก็ไม่เสียหายนะครับ